15 มีนาคม 2562 ควันพิษลามทั่วภาคเหนือ ภัยแล้งหนักเฝ้าระวัง 7 จังหวัด

ที่มา: https://www.thairath.co.th/content/1519588#cxrecs_s

วิกฤติหมอกควันลุกลามไปทั่วภาคเหนือ เชียงใหม่อากาศยังไม่ดีขึ้น มีผู้ป่วยแล้ว 155 คน ลำปางเร่งดับไฟป่าจากเมียนมาลามเข้าตามแนวชายแดน สายการบินงดเที่ยวบินไปแม่ฮ่องสอน 3 วัน นศ.ร่วมรณรงค์ให้สวมหน้ากากอนามัย ส่วนสถานการณ์ภัยแล้งที่อ่างเก็บน้ำแม่ฟอก จังหวัดลำปาง น้ำเหลือเพียงร้อยละ 20 คาด เม.ย.นี้ น้ำไม่มีใช้ ขณะที่สทนช.คาดมีพื้นที่เสี่ยงภัยแล้ง 7 จังหวัด ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือเกินมาตรฐาน สาเหตุมาจากชาวบ้านลักลอบเผาป่า ขณะนี้จับกุมผู้ที่ลักลอบเผาป่าในภาคเหนือไปแล้ว 64 ราย กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรณรงค์ป้องกัน และแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง พร้อมสั่งการให้กองทัพไทย โดยกองทัพบก และกองทัพอากาศร่วมปฏิบัติการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ในพื้นที่ 9 จังหวัดภาคเหนือตอนบน ทั้งนี้ กองทัพภาคที่ 3 จัดตั้งกองบัญชาการควบคุมสถานการณ์หมอกควันภาคเหนือ กองทัพภาคที่ 3 ส่วนหน้าขึ้น เพื่อบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกัน มุ่งแก้ไขปัญหารวมทั้งวิเคราะห์พื้นที่เสี่ยง เพื่อจัดกำลังและยุทโธปกรณ์แก้ไขปัญหาได้ตรงจุด พร้อมทั้งระดมแนวความคิดในการปฏิบัติตามกรอบแนวความคิดควบคุมสถานการณ์หมอกควันภาคเหนือ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันเป็นไปอย่างยั่งยืน กองทัพภาคที่ 3 เสนอแนวคิดนำระบบ SINGLE COMMAND มาใช้ควบคุมสั่งการต้องมีความรวดเร็ว ชัดเจน และดำเนินการได้ทันท่วงที โดยเฉพาะในระดับพื้นที่ ด้านผวจ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่าสั่งระดมรถบรรทุกน้ำจากหน่วยต่างๆเพิ่มรอบการฉีดพ่นน้ำ สร้างความชุ่มชื้นในอากาศตามย่านชุมชน โดยรอบคูเมืองเชียงใหม่ให้มากกว่าปกติ พร้อมขยายพื้นที่ไปยังบริเวณอ่างแก้ว ภายในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มีการแจ้งปิดการเรียนการสอน จากการฉีดพ่นม่านน้ำดังกล่าวทำให้เกิดการไหลเวียนของอากาศดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจน ปัจจุบันชาวเชียงใหม่ต่างให้ความร่วมมืองดเผาฉีดพ่นน้ำรดต้นไม้ ล้างฟุตปาทหน้าบ้าน ร้านค้า รวมถึงภาคธุรกิจอาคารสูงต่างช่วยเหลือประชาชน ฉีดพ่นฝอยละอองน้ำกันเป็นจำนวนมาก หัวหน้าภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดเผยว่า มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ หยุดการเรียนการสอน 2 วัน ตั้งแต่วันที่ 15-16 มี.ค. ผลจากค่าฝุ่นหมอกควันสูงขึ้นในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ หากเพิ่มขึ้นทุก 10 ไมโครกรัม จะเป็นการเพิ่มปริมาณผู้ป่วยที่นอนโรงพยาบาลทุกร้อยละ 3 อย่างเช่นหากมีปริมาณค่า PM 2.5 อยู่ที่ 100 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก.ต่อ ลบ.ม.) จากที่มีผู้ป่วยเคยมารักษา 100 คน จะเพิ่มขึ้นเป็น 130-160 คน มีผลกระทบป่วยเป็นโรคเส้นเลือดในสมอง แตก ตีบ ตัน (STROKE) รวมถึงโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด หัวใจล้มเหลว ปอดอักเสบ ถุงลมโป่งพองกำเริบ ส่วนโรคที่ยังไม่ถึงกับต้องเข้ารับการรักษาอย่างเร่งด่วนมี ไซนัสอักเสบ ต่อมทอนซิลอักเสบ ความดันเพิ่มขึ้น วิงเวียนศีรษะ และหัวใจล้มเหลว ส่วนผลกระทบระยะยาวนั้นจะมีความรุนแรงกว่า 10 เท่า การเสียชีวิตของประชาชนนั้นจะเพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 10 และมีอัตราเสี่ยงเป็นมะเร็งปอดเพิ่มขึ้นร้อยละ 8-14 ความดันโลหิตสูงขึ้นอีกร้อยละ 10 นายอำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า สถานการณ์ในขณะนี้ค่าฝุ่นละอองยังเกินมาตรฐาน และมีผลกระทบต่อร่างกาย โรคที่ประชาชนป่วยจากมลพิษนี้ได้แก่ โรคถุงลมโป่งพอง และบางรายป่วยเป็นโรคหัวใจ เริ่มมีอาการขาดเลือดในภาวะเฉียบพลัน จากผลกระทบที่หายใจสูดดมรับควันพิษสะสมติดต่อกันมาหลายวัน ขณะเดียวกันไปตรวจเยี่ยมผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาหมอกควันไฟป่าที่ รพ.แม่ออน จากสถิติตั้งแต่วันที่ 11-14 มี.ค. มีผู้ป่วยเข้ารักษารวม 155 คน

ขณะที่เว็บไซต์ AirVisual จัดอันดับดัชนีคุณภาพอากาศ ตามเมืองท่องเที่ยวทั่วโลก ล่าสุดพบว่า จ.เชียงใหม่ ติดอยู่ในอันดับ 1 เมืองที่มีมลพิษมากที่สุด ติดต่อกันเป็นวันที่ 3 แล้ว โดยค่า AQI หรือ Air Quality Index โดยรวมอยู่ที่ 288 อันดับ 2 รองลงมาคือ เยรูซาเลม ประเทศอิสราเอล 278 และอันดับ 3 อินเดีย 242 ส่วนการเดินทางโดยเครื่องบินจากสนามบินเชียงใหม่ไปจังหวัดแม่ฮ่องสอนนั้น เที่ยวเช้าสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส ยกเลิกเที่ยวบินไปแล้ว ส่วนเที่ยวบ่ายต้องรอการประเมินสภาพอากาศอีกครั้งเนื่องจากสนามบินแม่ฮ่องสอนถูกปกคลุมไปด้วยหมอกควันไฟ ส่วนสนามบินเชียงใหม่เปิดไฟรันเวย์เพิ่ม และเปิดระบบนำร่อง นักบินยังสามารถนำเครื่องบิน ขึ้นลงได้ตามปกติ ด้านผบ.ร้อย.ม.2 ฉก.ม.2 กองกำลังผาเมือง รับแจ้งเกิดเหตุไฟป่าบริเวณบ้านผาขาว จังหวัดท่าขี้เหล็ก ฝั่งประเทศเมียนมา ลุกลามอย่างรุนแรงเข้าเขตไทยที่บ้านลิเซและบ้านป่าซางนาเงิน ตำบลแม่ฟ้าหลวง อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย นำกำลังไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่ดับไฟป่าดอยตุง อำเภอแม่ฟ้าหลวง เจ้าหน้าที่พัฒนาดอยตุง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อาสาสมัครชาวบ้าน และรถดับเพลิง อบต.แม่ฟ้าหลวง เข้าช่วยดับไฟป่าที่กำลังโหมลุกไหม้หญ้าแห้งสูงอย่างรวดเร็วท่ามกลางลมกระโชกแรงบริเวณสันเขาตะเข็บชายแดน ขณะที่ไฟป่าในฝั่งประเทศเมียนมา ยังลุกลามเผาไหม้ขยายวงกว้าง เนื่องจากชาวบ้านจุดไฟเผาป่าเพื่อเตรียมทำไร่ ส่งผลให้ค่าฝุ่นละอองในพื้นที่อำเภอแม่ฟ้าหลวง และอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย อยู่ในขั้นวิกฤติ เจ้าหน้าที่ต้องระดมฉีดพ่นน้ำขึ้นสู่อากาศ รอบแหล่งชุมชนในพื้นที่ตัวเมืองแม่สาย จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย นอกจากนี้ยังเกิดไฟป่าขึ้นอีกหลายอำเภอ ประกอบด้วย อำเภอเทิง อำเภอแม่จัน อำเภอแม่สรวย อำเภอเวียงป่าเป้า และตำบลหนองป่าก่อ อำเภอดอยหลวง จังหวัเชียงราย เจ้าหน้าที่ระดมกำลังร่วมกันดับไฟ แต่เป็นไปอย่างยากลำบาก เพราะเป็นพื้นที่หุบเหว ทำให้มีเจ้าหน้าที่ดับไฟป่า 1 นาย เกิดอุบัติเหตุลื่นล้มซี่โครงกระแทกกับหิน ได้รับบาดเจ็บนำส่งโรงพยาบาลเชียงแสน ที่จังหวัดลำปาง สภาพอากาศตามถนนเต็มไปด้วยหมอกควันไฟป่าเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และยังพบไฟป่าในหลายจุด ส่วนมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง ประกาศงดการเรียนการสอน ตั้งแต่วันที่ 15-18 มี.ค. เนื่องจากปัญหาหมอกควัน จังหวัดแม่ฮ่องสอน ภูมิประเทศเป็นแอ่งกระทะล้อมรอบด้วยภูเขา ถูกปกคลุมไปด้วยหมอกควันไฟป่าหนาแน่น ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 อยู่ที่ 96 มคก.ต่อ ลบ.ม. สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส ประกาศยกเที่ยวบินช่วงเช้า PG 351 และ PG 352 เส้นทางไป-กลับ เชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน ทำการบินในเวลา 10.05 น. เป็นระยะเวลา 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 14-16 มี.ค. เนื่องจากไม่สามารถนำเครื่องร่อนลงสู่รันเวย์สนามบินแม่ฮ่องสอนได้ ที่โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ มีผู้ป่วยเข้ารักษาเป็นจำนวนมาก ส่วนหนึ่งเกิดจากผลกระทบจากหมอกควันไฟป่า เฉลี่ยวันละ 300-400 คน ด้านหน่วยเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า และหมอกควันจังหวัดแม่ฮ่องสอน รายงานว่า พบจุดความร้อนเกิดขึ้น 22 จุด ส่วนใหญ่เกิดขึ้นในป่าสงวนแห่งชาติและป่าอนุรักษ์ ในอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน อำเภอปางมะผ้า และอำเภอปาย เจ้าหน้าที่สถานีควบคุมไฟป่า เจ้าหน้าที่หน่วยป่าไม้ และเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า กระจายกำลังเดินเข้าไปดับไฟ ส่วนพื้นที่ตำบลบ้านต๋อม อำเภอเมืองพะเยา พบปริมาณฝุ่นละออง ขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) มีค่า 115 มคก.ต่อ ลบ.ม. นอกจากนี้ ยังพบปริมาณฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM10) มีค่า 147 มคก.ต่อ ลบ.ม. อยู่ในเกณฑ์เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ สำหรับสถานการณ์ไฟไหม้ป่าเกิดขึ้นไปทั่วจังหวัดพะเยา หัวหน้าสถานีควบคุมไฟป่าแม่ปืม พร้อมเจ้าหน้าที่สถานีควบคุมไฟป่าแม่ปืม สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 (เชียงราย) ร่วมกับปลัดอำเภอภูกามยาว ทหาร มทบ.34 เจ้าหน้าที่สถานีไฟป่าร้อยเอ็ด และสถานีไฟป่าภูเรือเข้าควบคุมดับไฟป่า บริเวณทิศตะวันตกบ้านร้อง หมู่ 8 ตำบลดงเจน อำเภอภูกามยาว จังหวัดพะเยา พื้นที่ป่าเสียหาย 8 ไร่ และที่บ้านโป่งเกลือ อ.เมืองพะเยา พื้นที่เสียหาย 7 ไร่ ส่วนนักศึกษา มหาวิทยาลัยพะเยา ร่วมรณรงค์เดินประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนสวมหน้ากากอนามัย เพื่อป้องกันหมอกควันและมลพิษในพื้นที่ ขณะเดียวกันหัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูซาง จังหวัดพะเยา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดดับไฟป่า อุทยานแห่งชาติภูซาง ร่วมกับผู้นำชุมชน สมาชิก อบต.ภูซาง และราษฎรบ้านหมู่ 8 หมู่ 10 ตำบลภูซาง อำเภอภูซาง ควบคุมและดับไฟป่าบริเวณห้วยหมูโอ่ ห้วยถ้ำ ห้วยต้นฮ่าง ห้วยปูแกง ตำบลภูซาง อำเภอภูซาง และทำแนวกันไฟเพื่อควบคุมไฟไม่ให้ขยายวงกว้างออกไป

กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) รายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM 2.5 รวม 9 จังหวัดภาคเหนือพบว่า ค่าฝุ่นละอองเฉลี่ย 24 ชั่วโมง เพิ่มขึ้นในทุกพื้นที่มีค่าระหว่าง 64- 199 มคก.ต่อ ลบ.ม. เกินมาตรฐานที่บริเวณในระดับวิกฤติสีแดง ตำบลเวียงพางคำ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย 199 มคก.ต่อ ลบ.ม. จังหวัดเชียงใหม่ มีค่าดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) 288 แย่ที่สุดในโลก ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีพื้นที่ฝุ่น PM 2.5 วิกฤติสีแดง ตำบลนาอาน อำเภอเมืองเลย และ อำเภอเมืองขอนแก่น ส่วนภาคกลาง ระดับสีแดง ได้แก่ จังหวัดสระบุรี ระดับสีส้ม ได้แก่ จังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และจังหวัดกาญจนบุรี สำหรับสถานการณ์ภัยแล้ง นายอำเภอเสริมงาม จังหวัดลำปาง ปลัดเทศบาลตำบลเสริมซ้าย ลงพื้นที่ตรวจสอบระดับน้ำที่อ่างเก็บน้ำแม่ฟอก หมู่ 3 ตำบลเสริมซ้าย อำเภอเสริมงาม พบว่าระดับน้ำในอ่างเหลือเพียงร้อยละ 20 คาดว่ากลางเดือน เม.ย.นี้ น้ำในอ่างจะแห้ง ไม่มีน้ำส่งไปผลิตน้ำประปาในพื้นที่หมู่ 3 ส่งผลกระทบทำให้ชาวบ้าน 300 หลังคาเรือน มีชาวบ้านนับหมื่นคนจะไม่มีน้ำอุปโภคบริโภค ส่วนนายโกสิทธิ์ นิลรัตน์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติ หมู่เกาะช้าง อำเภอเกาะช้าง จังหวัดตราด เปิดเผยว่าออกคำสั่งปิดการท่องเที่ยวน้ำตกธารมะยมชั่วคราว อยู่ในพื้นที่หมู่ 1 ตำบลเกาะช้าง เขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง เพราะน้ำในบริเวณน้ำตกที่ไหลลงมาจากซอกหินมีปริมาณน้อย และน้ำในแอ่งเริ่มแห้งขอด ไม่เพียงพอให้นักท่องเที่ยวลงไปเล่นน้ำคลายความร้อน ขณะที่ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล (ทบ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่าสถานการณ์ภัยแล้งในปี 2562 อาจทวีความรุนแรงเทียบเท่ากับปี 2557 คาดว่าจะมาเร็วและยาวนานกว่าทุกปี โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงจะขาดแคลนน้ำในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางบางส่วน ขณะที่สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) คาดการณ์ว่าจะมีพื้นที่เสี่ยงภัยแล้งที่ต้องเฝ้าระวัง 7 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ นครสวรรค์ ชัยภูมินครราชสีมา เลย กาญจนบุรี และราชบุรี วางแผนเตรียมความพร้อมช่วยเหลือประชาชนตั้งแต่เดือน ม.ค.ที่ผ่านมา ดำเนินการดังนี้ 1. จัดเตรียมจุดจ่ายน้ำถาวร 132 จุด ในพื้นที่ขาดแคลนน้ำ 2. เร่งรัดการเจาะบ่อน้ำบาดาลมีเป้าหมายรวม 737 แห่ง 3. จัดหน่วยนาคราช 37 ชุด ซ่อมบำรุงดูแลรักษาบ่อน้ำบาดาล และระบบประปาบาดาลให้อยู่ ในสภาพพร้อมใช้งาน และ 4. นำรถปรับปรุงคุณภาพน้ำบาดาลรวม 18 ชุด ผลิตน้ำดื่มสะอาดเข้าไปให้บริการแก่ประชาชนในพื้นที่ขาดแคลนน้ำบริโภค

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัย “พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน” ฉบับที่ 7 ว่า วันที่ 14-19 มี.ค. ประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนองลมกระโชกแรง และมีลูกเห็บตก รวมถึงมีฟ้าผ่า ในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพฯและปริมณฑล ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อนที่จะเกิดขึ้น